คู่มือสร้างคำสั่งซื้อใหม่หน้าร้าน POS และขายออนไลน์
หน้าจอ สร้างคำสั่งซื้อ (POS & Online Order Form) ของ MaxSeller ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร็วในการเปิดออเดอร์สำหรับพนักงานขายหน้าร้าน พนักงานขายออนไลน์ (Telesale/Chat) และฝ่ายคลัง รองรับการสแกนบาร์โค้ด คำนวณค่าส่งอัตโนมัติ และสร้าง QR Code สำหรับรับเงินอย่างรวดเร็ว
🌟 1. ขั้นตอนการสร้างออเดอร์มาตรฐาน 5 ขั้นตอน
🚀 2. ขั้นตอนการปฏิบัติงานทีละขั้น (Step-by-Step)
📌 ขั้นตอนที่ 1: กรอกข้อมูลลูกค้า (Customer Info)
- ป้อน หมายเลขโทรศัพท์ ของลูกค้าในช่องค้นหา:
- กรณีลูกค้าเดิม: ระบบจะค้นหาและแสดงชื่อ ที่อยู่จัดส่งเดิม พร้อมข้อมูล ประวัติการซื้อ กลุ่มลูกค้า (VIP/ลูกค้าประจำ) และยอดหนี้คงค้างเดิม
- กรณีลูกค้าใหม่: ป้อน ชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทรศัพท์ และเลือก ที่อยู่จัดส่ง 3 ระดับ (จังหวัด ➔ อำเภอ/เขต ➔ ตำบล/แขวง ➔ บ้านเลขที่และถนน)
- ตัวเลือกเพิ่มเติม: ใส่วันเกิดเพื่อรับสิทธิ์โปรโมชันเดือนเกิด
📌 ขั้นตอนที่ 2: เลือกคลังสินค้าและเพิ่มสินค้าลงตะกร้า
- เลือกคลังตัดสต็อก (Warehouse): เลือกคลังที่จะเบิกสินค้าส่งออก (ค่าเริ่มต้นคือคลังหลักของสาขา)
- เพิ่มสินค้าลงในตะกร้า:
- ใช้เครื่องสแกนบาร์โค้ด: วางเคอร์เซอร์ที่ช่องค้นหาและยิงบาร์โค้ดที่ป้ายสินค้า สินค้าจะถูกเพิ่มลงตะกร้าทันที
- ค้นหาด้วยตนเอง: พิมพ์ชื่อสินค้า รหัส SKU หรือตัวเลือกสินค้า (เช่น: เสื้อโปโล สีขาว ไซส์ L)
- ตรวจสอบสต็อกคงเหลือ:
- แต่ละแถวสินค้าจะแสดง จำนวนสต็อกพร้อมขาย อย่างชัดเจน
- หากสินค้าหมดหรือสั่งเกินยอดที่มี ระบบจะแสดงการแจ้งเตือนสีแดง
- ปรับจำนวนและราคาขาย:
- กดปุ่ม
+หรือ-เพื่อเพิ่ม/ลดจำนวน - หากพนักงานมีสิทธิ์ปรับราคา สามารถคลิกแก้ไขราคาขายต่อหน่วยได้โดยตรง
- กดปุ่ม
📌 ขั้นตอนที่ 3: ใส่ส่วนลด ค่าธรรมเนียม และหมายเหตุ
- ส่วนลด (Discount):
- ระบุจำนวนเงินส่วนลดโดยตรง (เช่น:
50 บาท) หรือใส่เป็นเปอร์เซ็นต์ (เช่น:10%)
- ระบุจำนวนเงินส่วนลดโดยตรง (เช่น:
- ค่าจัดส่ง & โปรโมชันส่งฟรี (Shipping Fee):
- ระบุค่าจัดส่งที่เรียกเก็บจากลูกค้า (หรือเลือก
จัดส่งฟรีหากร้านค้ารับภาระค่าส่ง)
- ระบุค่าจัดส่งที่เรียกเก็บจากลูกค้า (หรือเลือก
- ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Surcharge):
- สำหรับบริการพิเศษ เช่น: ค่าห่อของขวัญ, ค่าสกรีนลายพิเศษ...
- หมายเหตุคำสั่งซื้อ:
- หมายเหตุภายใน (Internal Note): สำหรับให้พนักงานดูภายในทีมเท่านั้น (เช่น: "ลูกค้าต้องการความละเอียด ตรวจเช็คของก่อนแพ็ค")
- หมายเหตุบนใบปะหน้า (Print Note): พิมพ์ลงบนใบส่งของให้พนักงานขนส่งอ่าน (เช่น: "กรุณาโทรแจ้งก่อนส่งของ ห้ามโยน")
📌 ขั้นตอนที่ 4: เลือกบริษัทขนส่งและวิธีการชำระเงิน
1. เลือกบริษัทขนส่ง (Carrier):
- เลือกผู้ให้บริการขนส่งที่เป็นพันธมิตร (Flash Express, Kerry, J&T, ไปรษณีย์ไทย...)
- ระบบจะคำนวณค่าส่งประเมินให้อัตโนมัติตามน้ำหนักและระยะทางจัดส่ง
2. เลือกวิธีการชำระเงิน:
- ตัวเลือก A: เก็บเงินปลายทาง (COD):
- ลูกค้าชำระเงินสดกับพนักงานส่งของเมื่อได้รับสินค้า
- ยอดเงินที่ต้องเก็บ:
ยอด COD = ค่าสินค้า + ค่าจัดส่ง + ค่าบริการพิเศษ - ส่วนลด
- ตัวเลือก B: โอนเงินผ่านธนาคาร (Bank Transfer):
- เมื่อเลือกโอนเงิน ระบบจะแสดงรายการ บัญชีธนาคารสำหรับรับเงิน
- แสดงตัวอย่าง QR Code สำหรับชำระเงิน: พร้อมระบุชื่อธนาคาร เลขที่บัญชี ชื่อบัญชี ยอดเงิน และรหัสอ้างอิงออเดอร์
- เมื่อลูกค้าชำระเงินเรียบร้อย ยอดเก็บปลายทาง COD จะปรับเป็น
0 บาทโดยอัตโนมัติ
📌 ขั้นตอนที่ 5: บันทึกคำสั่งซื้อและพิมพ์ใบเสร็จ
- คลิก
บันทึกคำสั่งซื้อ: ออเดอร์ถูกสร้างในสถานะ ใหม่ (New) และระบบจะล็อกสต็อกสินค้าไว้ทันที - คลิก
บันทึก & ส่งขนส่ง: ระบบจะเรียก API ไปยังบริษัทขนส่งเพื่อสร้างพัสดุและรับเลขพัสดุ (Tracking Number) ทันที - คลิก
พิมพ์ใบเสร็จ / ใบปะหน้า: พิมพ์ใบรายการสินค้าขนาด K80 หรือใบปะหน้าพัสดุของบริษัทขนส่ง
💡 3. ตารางสรุปสูตรคำนวณยอดเงินคำสั่งซื้อ
1. ยอดรวมค่าสินค้า = ผลรวม (จำนวนสินค้าแต่ละชิ้น x ราคาต่อหน่วย)
2. มูลค่ารวมคำสั่งซื้อ = ยอดรวมค่าสินค้า + ค่าจัดส่ง + ค่าบริการเพิ่มเติม - ส่วนลด
3. ยอดเก็บเงินปลายทาง (COD) = มูลค่ารวมคำสั่งซื้อ - ยอดที่ลูกค้าโอนชำระล่วงหน้าแล้ว